อัพเดท อีโบลาคองโกยังน่าห่วง! เสียชีวิตกว่า 4,600 ราย พบผู้ติดเชื้อในเคนยาและไนจีเรียเพิ่ม

อัพเดท อีโบลาคองโก

อัปเดตสถานการณ์วันที่ 22 ตุลาคม 2569

สถานการณ์ไวรัสอีโบลาในแอฟริกายังไม่คลี่คลาย หลังยอดผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากที่เคยมีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 2,300 รายในเดือนสิงหาคม ล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าตัวเลขเพิ่มเป็นกว่า 4,600 รายแล้ว ขณะเดียวกันยังพบผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับการเดินทางข้ามประเทศในเคนยาและไนจีเรีย ทำให้หลายประเทศต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและติดตามผู้สัมผัสเชื้อ

Contents hide
3 เคนยาพบผู้ติดเชื้อ 9 ราย ไนจีเรียยืนยันผู้ป่วยนำเข้าอีก 1 ราย

ยอดเสียชีวิตอีโบลาในคองโกเพิ่มเป็น 4,646 รายภายในเดือนตุลาคม

หลังจาก สถานการณ์อีโบลาในคองโกที่ AGEWell รายงานไว้เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งขณะนั้นมีผู้ติดเชื้อยืนยัน 4,945 ราย และเสียชีวิต 2,325 ราย ล่าสุดข้อมูลเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดย รายงาน WHO ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2569 ระบุว่าคองโกมีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสม 9,637 ราย และเสียชีวิต 4,646 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายประมาณ 48.2%

เมื่อเทียบกับตัวเลขที่รายงานไว้ในข่าวเดือนสิงหาคม จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 4,692 ราย และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,321 ราย สะท้อนว่าการระบาดยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขรุนแรง แม้จะมีการดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องก็ตาม ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดสะสมที่รายงานในช่วงเวลาต่างกัน ไม่ใช่จำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นภายในวันเดียว

อีโบลาในคองโก

พื้นที่ระบาดขยายเป็น 8 จังหวัด อุปสรรคในการควบคุมโรคยังมีอยู่

การระบาดของอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo) ในคองโกขยายไปแล้ว 66 เขตสุขภาพ ครอบคลุม 8 จังหวัด โดยมีรายงานพบผู้ป่วยในพื้นที่ Wapinda จังหวัดนอร์ดอูบังกี (Nord-Ubangi) เพิ่มเติม ขณะที่จังหวัดอิตูรี (Ituri) ยังคงเป็นพื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุด คิดเป็นประมาณ 72.7% ของผู้ป่วยยืนยันทั้งหมด

อุปสรรคสำคัญของการควบคุมโรคยังเป็นเรื่องความไม่สงบในบางพื้นที่ การเคลื่อนย้ายประชาชน และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาล ซึ่งอาจทำให้การค้นหาผู้ป่วยและติดตามผู้สัมผัสเชื้อทำได้ล่าช้า โดยเฉพาะในชุมชนที่มีการเดินทางข้ามเขตหรืออยู่ห่างจากสถานพยาบาล

เคนยาพบผู้ติดเชื้อ 9 ราย ไนจีเรียยืนยันผู้ป่วยนำเข้าอีก 1 ราย

ความคืบหน้าที่น่าจับตาในเดือนตุลาคมคือการพบผู้ติดเชื้อนอกคองโก โดยเคนยาพบผู้ป่วยนำเข้าที่มีประวัติเดินทางจากคองโกผ่านยูกันดา ก่อนเข้ารับการรักษาและเสียชีวิตในต้นเดือนตุลาคม ต่อมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยรายแรก รวมเป็น 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย ตาม ข้อมูลสถานการณ์ CDC วันที่ 20 ตุลาคม ซึ่งระบุว่าผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสที่ถูกกักกันและยังไม่มีรายงานการแพร่เชื้อในชุมชนเป็นวงกว้าง

ส่วนไนจีเรีย WHO ยืนยันผู้ติดเชื้ออีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียวรายหนึ่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้ป่วยเป็นหญิงที่มีประวัติเดินทางจากยูกันดา เริ่มมีอาการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และเข้ารับการรักษาในกรุงอาบูจา ก่อนผลตรวจยืนยันการติดเชื้อในวันที่ 20 ตุลาคม ขณะนี้อยู่ระหว่างการแยกโรคและรักษา โดยเจ้าหน้าที่กำลังติดตามผู้สัมผัส 44 คน พร้อมสอบสวนหาต้นตอการติดเชื้อที่แน่ชัด

แม้การพบผู้ติดเชื้อในประเทศใหม่จะทำให้ต้องเฝ้าระวังมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศที่พบผู้ป่วยนำเข้าจะเกิดการระบาดในชุมชนแล้ว สิ่งสำคัญคือการแยกผู้ติดเชื้ออย่างรวดเร็ว ตรวจสอบประวัติการเดินทาง และติดตามผู้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเพื่อหยุดการแพร่เชื้อต่อ

ประเทศไทยต้องเฝ้าระวังอะไร หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มในต่างประเทศ?

สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมโรคเคยประกาศเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ว่ายังไม่พบผู้ป่วยอีโบลาในประเทศ ณ เวลานั้น และมีมาตรการคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่รายงานสถานการณ์ล่าสุดของเดือนตุลาคม จึงควรติดตามประกาศใหม่จากกระทรวงสาธารณสุขหรือกรมควบคุมโรคหากต้องการทราบสถานการณ์ปัจจุบัน

สำหรับประชาชนทั่วไป ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับประวัติการสัมผัสเชื้อและการเดินทางเป็นสำคัญ ผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดควรสังเกตอาการภายใน 21 วัน หากมีไข้ อ่อนเพลียรุนแรง อาเจียน หรือท้องเสียร่วมกับประวัติเสี่ยง ควรติดต่อสถานพยาบาลล่วงหน้าและแจ้งประวัติการเดินทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างเหมาะสม

อีโบลายังไม่คลี่คลาย ต้องติดตามการควบคุมโรคในหลายประเทศ

สถานการณ์อีโบลาในเดือนตุลาคม 2569 แตกต่างจากช่วงเดือนสิงหาคมอย่างชัดเจน ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น พื้นที่ระบาดภายในคองโกที่ขยายออกไป และการพบผู้ป่วยเชื่อมโยงกับการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเคนยาและไนจีเรีย ซึ่งทำให้หน่วยงานสาธารณสุขต้องให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังมากขึ้น

แม้การระบาดยังเกิดขึ้นในแอฟริกาเป็นหลัก แต่การติดตามข่าวจาก WHO และหน่วยงานสาธารณสุขอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ได้ถูกต้อง โดยเฉพาะการแยกให้ออกระหว่างประเทศที่มีการแพร่เชื้อในชุมชนกับประเทศที่พบเพียงผู้ป่วยนำเข้า เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความตื่นตระหนกเกินความจำเป็น

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย) AGEWELL LIVING (THAILAND)

98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ช่วงเวลาให้บริการ: 08.00 - 18.00 น.


เว็บไซต์:   https://agewellthailand.com/

เบอร์ติดต่อ:  083-259-1569

Line:   @pplusv

โลโก้ Agewell

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *