น้ำท่วมหลายพื้นที่ต้องระวัง! โรคน้ำกัดเท้า อาการที่พบบ่อย พร้อมวิธีดูแลและป้องกัน

น้ำกัดเท้า

ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยยังคงเผชิญกับน้ำท่วมและน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ปภ. รายงานว่ายังมีสถานการณ์อุทกภัยใน 20 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนมากกว่า 2.45 ล้านคน ทำให้หลายครอบครัวยังหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำไม่ได้  นอกจากอุบัติเหตุและโรคติดเชื้อที่มากับน้ำแล้ว อีกปัญหาที่พบได้บ่อยคือ น้ำกัดเท้า โดยเฉพาะคนที่ต้องแช่น้ำ เดินย่ำน้ำ หรือสวมรองเท้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน หากเริ่มมีอาการคัน แสบ ผิวเปื่อยหรือลอกตามซอกนิ้ว ไม่ควรปล่อยไว้จนกลายเป็นแผลหรือติดเชื้อแทรกซ้อน

น้ำกัดเท้าคืออะไร? เริ่มจากผิวเปื่อย และอาจมีเชื้อแทรกซ้อนตามมา

น้ำกัดเท้า คืออาการที่เกิดขึ้นตรงผิวหนังบริเวณเท้าที่เกิดหลังจากเท้าไปสัมผัสน้ำหรืออยู่ในสภาพเปียกชื้นเป็นเวลานาน โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมที่ต้องเดินลุยน้ำบ่อย ๆ ในระยะแรกอาการไม่ได้เกิดจากเชื้อราเสมอไป แต่เกิดจากผิวหนังชั้นนอกอมน้ำและเปื่อย ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง จึงเริ่มมีอาการแสบ คัน แดง ผิวลอก หรือผิวบริเวณซอกนิ้วขาวยุ่ยได้

ปัญหาคือเมื่อเท้ายังเปียกและอับชื้นต่อเนื่อง ผิวที่เปื่อยหรือแตกจะกลายเป็นจุดที่เชื้อโรคเข้าได้ง่ายขึ้น จึงอาจมี เชื้อรา หรือเชื้อแบคทีเรียเข้ามาแทรกซ้อนภายหลัง ทำให้อาการจากที่เพียงระคายเคืองเริ่มคันมากขึ้น มีผื่น ลอก แตก เจ็บ บวม หรือมีแผลติดเชื้อได้ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อธิบายเช่นกันว่า น้ำกัดเท้าในระยะแรกอาจเป็นเพียงการอักเสบของผิวจากความชื้น ก่อนที่จะเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนหากปล่อยให้เท้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน ดูข้อมูลเรื่องน้ำกัดเท้าจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

พูดง่าย ๆ คือ ลุยน้ำแล้วเท้าเปื่อย ไม่ได้แปลว่าเป็นเชื้อราทันที แต่ถ้ายังปล่อยให้เท้าชื้น ไม่ทำความสะอาด หรือมีแผลแตก เชื้อก็มีโอกาสตามมาได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นหลังลุยน้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือรีบล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า

น้ำกัดเท้า

อาการน้ำกัดเท้าที่พบบ่อย เช็กเท้าหลังลุยน้ำทุกวัน

อาการน้ำกัดเท้าอาจเริ่มเพียงเล็กน้อยจนหลายคนคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง แต่หากยังต้องลุยน้ำหรือปล่อยให้เท้าชื้นซ้ำ ๆ ผิวที่เสียหายจะติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ควรสังเกตอาการเหล่านี้เป็นพิเศษ

  • ผิวบริเวณซอกนิ้วเท้าเปื่อย ขาวยุ่ย หรือลอกเป็นขุย
  • มีอาการคัน แสบ หรือผิวแดง
  • ผิวแตกเป็นร่องหรือเกิดตุ่มน้ำใส
  • เท้าหรือซอกนิ้วเริ่มมีกลิ่นผิดปกติ
  • หากมีเชื้อราแทรกซ้อน อาจมีผื่นคันและลอกเป็นวง หรือมีขุยมากขึ้น
  • หากมีเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน อาจเริ่มปวด บวม แดง ร้อน กดเจ็บ มีหนอง หรือมีไข้

ถ้าเริ่มมีอาการปวด บวม แดงร้อนมากขึ้น มีหนอง ไข้ หรือรอยแดงลามขึ้นเท้าและขา ไม่ควรรักษาเองต่อ เพราะอาจไม่ใช่แค่น้ำกัดเท้าธรรมดาแล้ว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ระบุว่าการติดเชื้อแบคทีเรียสามารถทำให้เกิดอาการปวด บวม แดงร้อน และในรายที่รุนแรงอาจมีไข้ร่วมด้วย

เป็นน้ำกัดเท้าแล้วดูแลอย่างไร อย่ารีบทายาทุกอย่างที่มีอยู่

ถ้าเพิ่งเริ่มเป็นมีผิวเปื่อยหรือระคายเคือง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่รีบหายาฆ่าเชื้อรามาทาทันที แต่ควรหยุดการสัมผัสน้ำสกปรกให้มากที่สุด ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน ๆ จากนั้นซับให้แห้ง โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้าที่มักมีความชื้นค้างอยู่

หากรองเท้าหรือถุงเท้าเปียก ไม่ควรใส่คู่เดิมต่อทั้งวัน ควรเปลี่ยนเป็นคู่แห้งและนำของที่เปียกไปผึ่งจนแห้งสนิท ส่วนผิวหนังที่ลอกหรือระคายเคืองไม่ควรแกะ เกา หรือขัดแรง ๆ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดแผลและเปิดทางให้เชื้อเข้าสู่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น กรมอนามัยแนะนำเช่นกันว่าหลังลุยน้ำควรรีบล้างเท้าและเช็ดให้แห้ง รวมถึงดูแลรองเท้าและถุงเท้าไม่ให้อับชื้น 

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ อย่าซื้อยาผสมมาทาแบบเดาสาเหตุเอง โดยเฉพาะครีมที่ผสมยาสเตียรอยด์กับยาฆ่าเชื้อรา เพราะอาการน้ำกัดเท้าระยะแรกกับการติดเชื้อราจริง ๆ อาจดูคล้ายกัน ศิริราชแนะนำว่าหากยังไม่แน่ใจการวินิจฉัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาผสมลักษณะนี้ เพราะอาจบดบังอาการของเชื้อราและทำให้ประเมินโรคได้ยากขึ้น

ผู้สูงอายุยิ่งต้องดูแลเท้าให้ดี โดยเฉพาะคนที่มีแผลหรือเบาหวาน

สำหรับผู้สูงอายุ ควรช่วยตรวจเท้าหลังลุยน้ำทุกครั้ง เพราะบางคนมองเห็นบริเวณฝ่าเท้าหรือซอกนิ้วได้ไม่ถนัด และอาจไม่ทันสังเกตว่าเริ่มมีแผล ผิวแตก หรือรอยแดงเกิดขึ้นแล้ว หากพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก การดูแลจะง่ายกว่าปล่อยจนเกิดแผลติดเชื้อ

ยิ่งถ้ามีโรคเบาหวานหรือมีแผลที่เท้าอยู่ก่อน ไม่ควรแช่เท้าหรือปล่อยให้แผลสัมผัสน้ำท่วม และควรพบแพทย์เร็วหากเริ่มมีหนอง บวม แดง ร้อน หรือสีของนิ้วเท้าผิดปกติ เนื่องจากแผลที่เท้าในผู้เป็นเบาหวานสามารถหายช้าและมีโอกาสติดเชื้อลุกลามได้มากกว่าปกติ

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือบาดแผลจากของมีคมที่มองไม่เห็นใต้น้ำ เช่น ตะปู เศษกระจก หรือเศษโลหะ หากถูกของมีคมทิ่มตำควรทำความสะอาดแผลและเข้ารับการประเมิน โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันบาดทะยัก ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงแผลเล็กแล้วปล่อยไว้เอง

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป

สนใจสั่งซื้อ
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง AGEWell Thailand

ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง

สนใจสั่งซื้อ
แผ่นรองซับ เอจเวลล์

แผ่นรองซับผู้ใหญ่

สนใจสั่งซื้อ

ช่วงน้ำท่วม ดูแลผู้สูงอายุให้สะดวกขึ้นกับ AGEWell

น้ำท่วมไม่ได้เพิ่มความลำบากเฉพาะเวลาต้องออกจากบ้าน แต่ยังทำให้กิจวัตรง่าย ๆ อย่างการเดินเข้าห้องน้ำยากขึ้น โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้สูงอายุ เดินไม่มั่นคง หรือจำเป็นต้องผ่านบริเวณที่มีน้ำขังบ่อย ๆ การลดการเดินผ่านพื้นที่เปียกโดยไม่จำเป็นจึงช่วยลดทั้งความเสี่ยงจากการลื่นล้มและการที่เท้าต้องสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน

สำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ด เข้าห้องน้ำไม่ทัน หรือไม่สะดวกเดินไปห้องน้ำในช่วงที่บ้านมีน้ำท่วม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ AGEWell สามารถเป็นตัวช่วยเรื่องการขับถ่ายและการดูแลประจำวันได้ โดยผู้ที่ยังลุกเดินและเปลี่ยนด้วยตัวเองได้อาจเลือก ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง ส่วนผู้ที่เคลื่อนไหวน้อยหรือต้องมีผู้ดูแลช่วยเปลี่ยน แบบเทปกาว จะจัดการได้สะดวกกว่า แนวทางเลือกให้เหมาะกับแต่ละลักษณะการใช้งานสามารถดูได้จาก วิธีเลือกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้เหมาะกับผู้ใช้

AGEWell มีทั้งแบบกางเกง แบบเทปกาว และแผ่นรองซับสำหรับช่วยจัดพื้นที่ดูแลผู้สูงอายุให้สะอาดขึ้น โดยสามารถเลือกสินค้าให้เหมาะกับระดับการเคลื่อนไหวและช่วงเวลาที่ใช้งานได้ที่ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ AGEWell ทั้งนี้ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ไม่ได้ใช้ป้องกันหรือรักษาน้ำกัดเท้า การดูแลเท้ายังคงต้องเน้นการหลีกเลี่ยงน้ำสกปรก ล้างให้สะอาด และทำให้เท้าแห้งหลังสัมผัสน้ำทุกครั้ง

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม

บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย) AGEWELL LIVING (THAILAND)

98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ช่วงเวลาให้บริการ: 08.00 - 18.00 น.


เว็บไซต์:   https://agewellthailand.com/

เบอร์ติดต่อ:  083-259-1569

Line:   @pplusv

โลโก้ Agewell

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *