เหตุการณ์ใน แคว้นอีร์คุตสค์ ประเทศรัสเซีย กำลังถูกจับตามองจากหลายประเทศ หลังเจ้าหน้าที่หญิงวัย 28 ปีของสถาบันวิจัยกาฬโรคในไซบีเรียป่วยด้วยภาวะปอดอักเสบรุนแรงที่ยังไม่ทราบสาเหตุ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 หลังเกิดเหตุ ทางการได้ติดตามและเฝ้าสังเกตผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตประมาณ 200 คน รวมถึงบุคลากรของสถาบันและโรงพยาบาลบางแห่งในพื้นที่
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้ได้รับความสนใจมากกว่ากรณีปอดอักเสบทั่วไป คือสถานที่ทำงานของผู้เสียชีวิตเป็น Irkutsk Anti-Plague Research Institute of Siberia and the Far East ซึ่งศึกษาโรคกาฬโรคและเชื้อก่อโรคร้ายแรงหลายชนิด จึงเกิดข้อสงสัยอย่างรวดเร็วว่าเหตุการณ์อาจเกี่ยวข้องกับกาฬโรคปอด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดยัง ไม่มีผลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อกาฬโรค และยังไม่พบผู้สัมผัสที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเช่นกัน ตามรายงานล่าสุดของ Reuters เกี่ยวกับเหตุการณ์ในรัสเซีย
เกิดอะไรขึ้นที่อีร์คุตสค์ และทำไมถึงมีการกักตัวคนจำนวนมาก?
ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการวัย 28 ปี ซึ่งสื่อรัสเซียระบุชื่อว่า Darya Shipilova เธอเข้ารับการรักษาในช่วงปลายเดือนกันยายน ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมจากภาวะปอดอักเสบที่ทางการรัสเซียระบุว่า ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ติดตามผู้สัมผัสอย่างกว้างขวาง โดยตัวเลขที่มีการรายงานอยู่ที่ประมาณ 189–197 คน และมีเจ้าหน้าที่ของสถาบันมากกว่า 60 คนถูกแยกสังเกตอาการภายในสถานที่ทำงานช่วงหนึ่ง
ช่วงแรกมีรายงานจากสื่อท้องถิ่นและข้อความบนโซเชียลมีเดียว่าอาจเกิดอุบัติเหตุจากหลอดทดลองที่มีเชื้ออยู่ภายใน แต่ประเด็นนี้ ยังไม่มีหลักฐานอิสระยืนยัน และ Rospotrebnadzor หน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซียระบุว่าไม่พบจุลชีพที่เกี่ยวข้องกับงานของผู้เสียชีวิต รวมถึงไม่พบหลักฐานว่าเกิดอุบัติเหตุจากเชื้อก่อโรคภายในสถาบัน เรื่องนี้จึงยังอยู่ในสถานะที่ต้องแยกข้อเท็จจริงออกจากข่าวลืออย่างชัดเจน โดย DW ได้ตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องอุบัติเหตุในห้องแล็บ และสรุปว่ายังไม่มีหลักฐานรองรับข้อกล่าวหาดังกล่าว
ขณะเดียวกัน การเฝ้าระวังก็ไม่ได้คงอยู่ในระดับเดิมทั้งหมด เพราะข้อมูลที่ Reuters รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมระบุว่า ประมาณ 60% ของผู้ที่อยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตได้รับอนุญาตให้ออกจากการติดตามแล้ว และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยกาฬโรคที่ได้รับการยืนยันในเมืองอีร์คุตสค์
ตอนนี้ยืนยันหรือยังว่าเป็นกาฬโรคปอด?
ยังไม่ได้รับการยืนยัน และตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของข่าว แม้สื่อบางแห่งใช้คำว่า suspected pneumonic plague หรือกรณีสงสัยกาฬโรคปอด แต่ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากรัสเซียยังระบุเพียงว่า ผู้เสียชีวิตมี ปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ ส่วนการตรวจผู้สัมผัสยังไม่พบกาฬโรค นอกจากนี้ รายงานของ Associated Press เกี่ยวกับการตอบสนองของ WHO และนานาชาติ ระบุว่า WHO ประเมินความเสี่ยงโดยรวมต่อโลกในขณะนี้ว่าอยู่ในระดับ ต่ำมาก และกำลังติดตามข้อมูลกับทางการรัสเซียอยู่ AP News
กรมควบคุมโรคของไทยก็ติดตามเหตุการณ์นี้แล้ว โดยข้อมูลวันที่ 5 ตุลาคมระบุว่า มีผู้สัมผัสอย่างน้อย 197 ราย ที่ถูกติดตามอาการ เบื้องต้นยังไม่พบผู้ป่วยในกลุ่มดังกล่าว และยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าผู้เสียชีวิตติดเชื้อ Yersinia pestis หรือมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คน สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จาก ประกาศของกรมควบคุมโรคเกี่ยวกับกรณีสงสัยกาฬโรคปอดในรัสเซีย
กาฬโรคปอดคืออะไร และทำไมโรคนี้ถึงถูกจับตาเป็นพิเศษ?
กาฬโรค เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ซึ่งตามธรรมชาติจะพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและหมัดที่อาศัยอยู่บนสัตว์เหล่านั้น โรคสามารถเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง กาฬโรคในกระแสเลือด และ กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague) ซึ่งเป็นชนิดที่รุนแรงและสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านละอองจากระบบทางเดินหายใจ เมื่อมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อในปอด
จากข้อมูลของ องค์การอนามัยโลกเรื่อง Plague ระบุว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายในประมาณ 1–7 วัน และกาฬโรคปอดหากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจมีความรุนแรงสูง แต่สิ่งที่ต่างจากภาพจำของโรคระบาดในอดีตคือ ปัจจุบันกาฬโรคสามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะได้ การตรวจพบและเริ่มรักษาเร็วมีผลอย่างมากต่อโอกาสรอดชีวิต World Health Organization
อาการของกาฬโรคปอดที่อาจพบ ได้แก่
- ไข้สูง หนาวสั่น และอ่อนเพลียมาก
- ปวดศีรษะ
- ไอและหายใจลำบาก
- เจ็บหรือแน่นหน้าอก
- เสมหะอาจมีเลือดปนในบางราย
อาการเหล่านี้ไม่ได้ใช้ยืนยันโรคได้ด้วยตัวเอง เพราะปอดอักเสบและโรคทางเดินหายใจหลายชนิดสามารถมีอาการคล้ายกัน การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยประวัติความเสี่ยงร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
สำหรับผู้สูงอายุ อาการทางเดินหายใจที่รุนแรงไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ควรได้รับการประเมินเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีหอบเหนื่อย ซึมลง หรือโรคประจำตัวกำเริบ ซึ่งคล้ายกับแนวทางที่ AGEWell เคยอธิบายไว้ในบท ไข้หวัดใหญ่ไทยปี 2569 และกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง ว่าผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรังไม่ควรรอจนมีอาการทางระบบหายใจรุนแรงจึงค่อยไปพบแพทย์
ทำไมข่าวนี้ถึงถูกจับตามองทั่วโลก ทั้งที่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นกาฬโรค?
เหตุผลไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ป่วย เพราะตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผู้ป่วยกาฬโรคเลย แต่เป็นเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นกับบุคลากรของ สถาบันที่ทำงานกับเชื้อก่อโรคร้ายแรง และข้อมูลช่วงแรกมีความไม่ชัดเจน จึงทำให้หลายประเทศติดตามสถานการณ์ในมุมของทั้งสาธารณสุขและความปลอดภัยทางชีวภาพ
The Guardian รายงานเหตุการณ์จากไซบีเรีย ว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งใช้มาตรการจำกัดการเข้าออก ขณะที่ข้อความเตือนบางส่วนของหน่วยงานท้องถิ่นถูกแก้ไขหรือลบภายหลัง ยิ่งทำให้เกิดคำถามจากประชาชนว่าข้อมูลที่แท้จริงคืออะไร The Guardian
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมล่าสุดเริ่มชัดขึ้นกว่าช่วงวันแรก เพราะยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม และสื่อหลายแห่ง รวมถึง Al Jazeera ซึ่งรวบรวมข้อมูลล่าสุดของเหตุการณ์ รายงานตรงกันว่า ทางการรัสเซียยังปฏิเสธว่ามีการตรวจพบกาฬโรคในกลุ่มผู้สัมผัส
แล้วประเทศไทยต้องกังวลแค่ไหน?
สำหรับคนไทย ขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลให้ต้องตื่นตระหนก กรมควบคุมโรคประเมิน ความเสี่ยงที่เชื้อจะถูกนำเข้าประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำ และยังไม่มีหลักฐานว่ามีการแพร่โรคออกจากพื้นที่เกิดเหตุในรัสเซีย โดยประเทศไทยกำหนดให้กาฬโรคเป็นหนึ่งในโรคติดต่ออันตราย จึงมีระบบเฝ้าระวังที่ต้องรายงานตั้งแต่พบผู้ป่วยสงสัย โดยไม่จำเป็นต้องรอผลตรวจขั้นสุดท้ายก่อน
สิ่งที่ควรทำตอนนี้จึงไม่ใช่การเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตหรือวิตกกังวลกับการเดินทางทั่วไป แต่ควรติดตามว่าผลการสอบสวนของรัสเซียและข้อมูลจาก WHO จะสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างไร เพราะประเด็นที่ยังขาดอยู่ในขณะนี้คือ ต้นเหตุของปอดอักเสบรุนแรงในผู้เสียชีวิต ไม่ใช่การยืนยันว่ามีกาฬโรคระบาด
AGEWell Thailand ชวนติดตามสถานการณ์จากข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
ข่าวเจ้าหน้าที่สถาบันกาฬโรคในรัสเซียสะท้อนให้เห็นว่า ข่าวโรคติดเชื้อสามารถสร้างความกังวลได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อมีคำอย่างกาฬโรค ห้องปฏิบัติการ หรือการกักตัวจำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ข้อมูลล่าสุดยังไม่สนับสนุนข้อสรุปว่ากำลังเกิดการระบาดของกาฬโรค
สิ่งที่ควรจับตาต่อจากนี้คือผลการตรวจหาสาเหตุของปอดอักเสบในผู้เสียชีวิต การติดตามผู้สัมผัสที่เหลือ และข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก WHO กับหน่วยงานสาธารณสุขของรัสเซีย AGEWell Thailand ขอชวนทุกคนตรวจสอบวันที่และแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนแชร์ โดยเฉพาะข่าวสุขภาพที่สถานการณ์เปลี่ยนได้ภายในเวลาไม่กี่วัน เพื่อให้เราเฝ้าระวังได้อย่างเหมาะสมโดยไม่สร้างความตื่นตระหนกเกินข้อเท็จจริง
ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม
บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย) AGEWELL LIVING (THAILAND)
98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
ช่วงเวลาให้บริการ: 08.00 - 18.00 น.
เว็บไซต์: https://agewellthailand.com/
เบอร์ติดต่อ: 083-259-1569
Line: @pplusv
