สถานการณ์ HIV ในประเทศไทยยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นสุขภาพที่ต้องจับตา แม้การรักษาในปัจจุบันจะพัฒนาไปมาก แต่จำนวนผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อในประเทศยังอยู่ในระดับหลายแสนคน ขณะที่อีกหนึ่งปัญหาสำคัญคือยังมีคนบางส่วนที่ไม่เคยตรวจและไม่ทราบสถานะการติดเชื้อของตัวเอง
ข้อมูลจาก HIV INFO HUB+ กรมควบคุมโรค ซึ่งรวบรวมการคาดประมาณสถานการณ์ HIV ของประเทศไทย ระบุจำนวนผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ประมาณ 565,598 คน และคาดประมาณผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,124 คน สะท้อนให้เห็นว่า HIV ยังคงเป็นประเด็นสาธารณสุขที่ประเทศไทยต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคเคยเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปี 2568 ว่ามีผู้ติดเชื้อ HIV สะสม 547,556 คน และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,357 คน พร้อมชี้ให้เห็นปัญหาว่า ยังมีอีกหลายคนไม่ได้ตรวจและไม่ทราบสถานะของตัวเอง ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษาและอาจถ่ายทอดเชื้อไวรัสโดยไม่รู้ตัว
HIV คืออะไร? ทำไมถึงส่งผลต่อภูมิคุ้มกันของร่างกาย
HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus คือเชื้อไวรัสที่เข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีบทบาทในการต่อสู้กับเชื้อโรค เมื่อไม่ได้รับการรักษาเป็นเวลานาน ภูมิคุ้มกันอาจลดต่ำลงจนร่างกายรับมือกับการติดเชื้อและโรคบางชนิดได้ยากขึ้น
เรื่องหนึ่งที่คนยังสับสนกันมากคือ HIV กับ AIDS หรือเอดส์ไม่ใช่คำเดียวกัน
- HIV คือชื่อของเชื้อไวรัส
- AIDS คือระยะที่ภูมิคุ้มกันเสียหายอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อ HIV ที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม
- คนที่มี HIV ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเอดส์ทันที
- เมื่อได้รับยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง สามารถควบคุมปริมาณไวรัสและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก
ตัวเลขกว่า 5.5 แสนราย กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ HIV ในไทย?
ตัวเลขดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ามีผู้ติดเชื้อใหม่กว่า 5.5 แสนคนในปีนี้ แต่เป็นจำนวนโดยประมาณของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ร่วมกับเชื้อ HIV ในประเทศไทย การแยกสองตัวเลขนี้ให้ชัดสำคัญมาก เพราะ “จำนวนผู้ติดเชื้อที่มีชีวิตอยู่” กับ “จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่” เป็นคนละข้อมูลกัน
สิ่งที่ยังต้องติดตามจึงไม่ใช่เพียงจำนวนสะสม
- ผู้ที่มีความเสี่ยงเข้าถึงการตรวจได้มากน้อยแค่ไหน
- ผู้ที่ตรวจพบเชื้อเข้าสู่ระบบรักษาหรือไม่
- ผู้ที่อยู่ระหว่างรักษาสามารถรับยาต่อเนื่องได้หรือไม่
- ยังมีประชาชนจำนวนเท่าใดที่มีความเสี่ยงแต่ไม่รู้สถานะของตัวเอง
ประเด็นหลังเป็นสิ่งที่ กรมควบคุมโรค เคยออกมาเน้นย้ำโดยตรง เพราะสาเหตุที่บางคนไม่ตรวจมีทั้งไม่คิดว่าตัวเองเสี่ยง กังวลเรื่องการถูกตีตรา และไม่ทราบว่ามีทางเลือกในการตรวจ HIV ด้วยตนเอง
จุดน่าห่วงไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดเชื้อ แต่คือ “คนที่ยังไม่รู้สถานะ”
กรมควบคุมโรคระบุไว้ชัดเจนว่า ยังมีคนที่ไม่ได้ตรวจ HIV และไม่ทราบสถานะของตัวเอง ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา และมีโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปยังผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการรณรงค์เรื่อง HIV ในช่วงหลังไม่ได้มุ่งเพียงการป้องกัน แต่ยังเน้นเรื่อง “ตรวจเร็ว รู้ทัน” มากขึ้น
เพราะเมื่อรู้สถานะเร็ว ผู้ติดเชื้อสามารถเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาได้เร็ว ติดตามสุขภาพอย่างเหมาะสม และลดโอกาสเกิดผลกระทบในระยะยาว
ปี 2569 ไทยยังเดินหน้าลดการตีตราผู้ติดเชื้อ HIV
อีกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในปี 2569 คือการลดปัญหา “การตีตราและเลือกปฏิบัติ” ต่อผู้ติดเชื้อ HIV
เมื่อวันที่ 13–14 กรกฎาคม 2569 กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ได้จัดการประชุมเพื่อสรุปผลการดำเนินงานลดการตีตราตนเองในโรงพยาบาลนำร่อง รวมถึงวางแนวทางขยายการดำเนินงานไปยังระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนให้ผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ในระบบการดูแลรักษาได้อย่างต่อเนื่อง สามารถอ่านรายละเอียดจาก กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้โดยตรง
ประเด็นนี้สำคัญ เพราะหากคนยังกลัวว่าจะถูกมองหรือปฏิบัติแตกต่างเมื่อไปตรวจ HIV ก็อาจเลือกไม่ตรวจตั้งแต่ต้น ซึ่งสุดท้ายกลับทำให้การค้นหาผู้ติดเชื้อและการเข้าสู่ระบบรักษาทำได้ยากขึ้น
จากตัวเลขล่าสุด สิ่งที่คนไทยควรให้ความสำคัญคืออะไร?
สถานการณ์ผู้ติดเชื้อ HIV กว่า 5.5 แสนรายสะท้อนว่า HIV ยังไม่ได้หายไปจากสังคมไทย แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันก็มีทั้งการตรวจ การป้องกัน และการรักษาที่ก้าวหน้ากว่าในอดีตมาก
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่คือ รู้ความเสี่ยงของตัวเอง ตรวจเมื่อมีความเสี่ยง และเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วหากตรวจพบเชื้อ
สำหรับผู้ที่ต้องการติดตามตัวเลขสถานการณ์ HIV ของประเทศไทย สามารถตรวจสอบข้อมูลจาก HIV INFO HUB+ ของกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลของหน่วยงานรัฐโดยตรงและมีการรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ HIV ของประเทศ
AGEWell Thailand เชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีเริ่มจากการมีข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือความเข้าใจผิดมาปิดกั้นการเข้าถึงการตรวจและการรักษา หากมีความเสี่ยงหรือไม่แน่ใจในสถานะของตัวเอง การตรวจให้เร็วและรับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์คือทางเลือกที่สำคัญ เพราะการรู้เร็วช่วยให้วางแผนดูแลสุขภาพได้เร็วขึ้น และยังช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ด้วย
ด้วยความห่วงใยจาก AGEWell Thailand เราอยากให้ทุกคนเข้าถึงความรู้ด้านสุขภาพอย่างเข้าใจง่าย ใช้ชีวิตร่วมกันโดยไม่ตีตรา และดูแลตัวเองรวมถึงคนรอบข้างด้วยความเข้าใจมากกว่าความกลัว
บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย)
AGEWELL LIVING (THAILAND)
AGEwell thailand (เอจเวลล์ ประเทศไทย)
ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ออกแบบเพื่อความสบายและการดูแลผู้สูงวัยอย่างมั่นใจ
98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร