เคยรู้สึกมั้ยว่า ใส่แพมเพิสแล้วคัน มีผื่นแดงขึ้นบริเวณก้นหรือขาหนีบ เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยขึ้นแล้วก็ยังไม่หาย บางครั้งอาจไม่ได้เป็นเพียงผื่นระคายเคืองธรรมดา แต่อาจมีการติดเชื้อราร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องใช้ผ้าอ้อมต่อเนื่อง อาการ เชื้อราจากแพมเพิส มักสัมพันธ์กับความอับชื้นและผิวหนังที่ระคายเคืองสะสม แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเชื้อราจริงหรือแค่ผื่นจากการเสียดสี และเมื่อมีอาการแล้วควรดูแลอย่างไร?
เชื้อราจากแพมเพิสเกิดจากอะไร ทำไมถึงเป็นซ้ำได้?
เชื้อราจากแพมเพิสที่พบได้บ่อยในบริเวณผ้าอ้อมคือ Candida ซึ่งเป็นเชื้อราที่สามารถพบอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อบริเวณก้น ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศมีความร้อนและความชื้นสะสม เชื้ออาจเจริญเติบโตมากขึ้นจนทำให้เกิดผื่นแดงและอาการคันได้
ดังนั้น เชื้อราจากแพมเพิสไม่ได้หมายความว่าตัวผ้าอ้อมมีเชื้อราติดมาเสมอไป แต่สภาพแวดล้อมระหว่างการสวมใส่อาจเอื้อต่อการเกิดปัญหา โดยเฉพาะเมื่อผิวหนังมีการระคายเคืองอยู่ก่อนแล้ว
ปัจจัยที่ทำให้เกิดผื่นเชื้อราได้ง่ายขึ้น
- ใส่แพมเพิสที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน
- มีปัสสาวะหรืออุจจาระสัมผัสผิวหนังบ่อยครั้ง
- เลือกผ้าอ้อมที่คับเกินไปจนเกิดการเสียดสี
- เช็ดทำความสะอาดแล้วปล่อยให้รอยพับผิวหนังยังเปียกชื้น
- มีโรคเบาหวาน ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเพิ่งใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิด
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการ ใส่แพมเพิสแล้วแดง แสบ คัน อยู่ก่อน หากยังมีความชื้นสะสมต่อเนื่อง ผิวบริเวณที่ระคายเคืองอาจเกิดการติดเชื้อราแทรกซ้อนได้ง่ายขึ้น จากข้อมูลของ Cleveland Clinic ได้ระบุไว้ว่าเชื้อรา Candida จะเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่อุ่นและชื้น และผื่นจากเชื้อราสามารถเกิดกับผู้ที่สวมใส่ผ้าอ้อมได้ ไม่จำกัดเฉพาะเด็กเล็กเท่านั้น
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง
แผ่นรองซับผู้ใหญ่
ผื่นเชื้อราจากแพมเพิส สังเกตจากตรงไหน?
ผื่นแดงบริเวณที่ใส่ผ้าอ้อมไม่ได้เป็นเชื้อราทั้งหมด เพราะอาจเกิดจากความอับชื้น การเสียดสี หรือการระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิวได้เช่นกัน แต่หากมีลักษณะต่อไปนี้ร่วมด้วย ควรสงสัยว่าอาจมีเชื้อราแทรกซ้อน
- ผื่นแดงเข้มบริเวณก้น ขาหนีบ หรือรอยพับของผิวหนัง
- มีตุ่มแดงเล็ก ๆ กระจายอยู่รอบผื่นหลัก
- ผิวหนังดูแดงเป็นมัน เปื่อย หรือมีรอยแตก
- คัน แสบ หรือเจ็บเมื่อทำความสะอาด
- ผื่นไม่ดีขึ้นแม้เปลี่ยนผ้าอ้อมและลดความอับชื้นแล้ว
จุดที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือผื่นแดงตามรอยพับผิวหนังและตุ่มแดงเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่รอบผื่นใหญ่ ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในการติดเชื้อรา Candida อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันว่าเป็นเชื้อราได้จากการดูผื่นด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว
เป็นเชื้อราจากแพมเพิสแล้ว ควรดูแลอย่างไร?
หากเริ่มมีผื่นแดงและคัน สิ่งแรกที่ควรทำคือดูแลบริเวณที่สวมใส่ผ้าอ้อมให้สะอาด ลดความอับชื้น และหลีกเลี่ยงการเสียดสีเพิ่มเติม ไม่ควรปล่อยให้ผิวหนังเปียกชื้นต่อเนื่องเพียงเพราะแพมเพิสยังซึมซับได้อยู่
วิธีดูแลเบื้องต้นที่ผู้ใช้และผู้ดูแลทำได้
- เปลี่ยนแพมเพิสเมื่อเปียกชื้นมาก และเปลี่ยนทันทีเมื่อมีอุจจาระ
- ทำความสะอาดด้วยน้ำหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอ่อนโยน หลีกเลี่ยงการขัดถูแรง ๆ
- ซับผิวหนังให้แห้งอย่างเบามือ โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบและรอยพับ
- หากทำได้อย่างปลอดภัย ควรให้ผิวได้สัมผัสอากาศช่วงสั้น ๆ ก่อนใส่ผ้าอ้อมชิ้นใหม่
- หลีกเลี่ยงการใช้แป้ง น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวระคายเคืองเพิ่มเติม
สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องใช้ผ้าอ้อมตลอดวัน ควรตรวจผิวหนังทุกครั้งที่เปลี่ยน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบเวลาตายตัว สามารถใช้แนวทาง แพมเพิสผู้ใหญ่ควรเปลี่ยนทุกกี่ชั่วโมง ประกอบกับการสังเกตความเปียกชื้นและสภาพผิวจริงของผู้ป่วยได้
แล้วถ้าเป็นเชื้อราจริง ต้องใช้ยาอะไร?
ผื่นที่เกิดจากเชื้อราอาจจำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อรา เช่น Clotrimazole หรือ Nystatin ตามความเหมาะสม แต่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรประเมินก่อน เพราะผื่นระคายเคืองทั่วไปกับผื่นเชื้อราใช้แนวทางรักษาไม่เหมือนกัน และไม่ควรซื้อยาทาสเตียรอยด์มาใช้เองโดยเฉพาะบริเวณขาหนีบหรืออวัยวะเพศ เพราะอาจทำให้การติดเชื้อราบางชนิดแย่ลงได้
ผื่นแดง คันไม่หาย แบบไหนควรไปพบแพทย์?
หากดูแลเรื่องความสะอาดและลดความอับชื้นแล้วผื่นยังไม่ดีขึ้นภายใน 2–3 วัน หรือเริ่มลุกลามมากกว่าเดิม ควรให้แพทย์ตรวจเพื่อแยกสาเหตุ ไม่ควรเปลี่ยนครีมทาไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นผื่นชนิดใด
อาการที่ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว
- ผื่นแดงลุกลามหรือมีอาการเจ็บมากขึ้น
- มีตุ่มหนอง แผลเปิด หรือของเหลวซึมออกมา
- ผิวหนังบวม ร้อน หรือมีกลิ่นผิดปกติ
- มีไข้ร่วมกับผื่น
- เป็นซ้ำบ่อย แม้ปรับวิธีดูแลและเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว
ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำควรได้รับการประเมินเร็วขึ้นเมื่อสงสัยการติดเชื้อ เพราะมีปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาผิวหนังและการติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
เลือกแพมเพิสอย่างไร ลดปัญหาอับชื้นและดูแลผิวได้ง่ายขึ้น?
การดูแลผื่นเชื้อราไม่ได้จบเพียงการทายา แต่ควรปรับวิธีใช้ผ้าอ้อมร่วมด้วย โดยเฉพาะคนที่ต้องสวมใส่ต่อเนื่องทุกวัน เพราะหากกลับไปอยู่ในสภาพอับชื้นและเสียดสีเหมือนเดิม ผิวหนังอาจระคายเคืองหรือเกิดผื่นซ้ำได้
สิ่งสำคัญคือเลือกผ้าอ้อมที่มีขนาดพอดีกับสรีระ ไม่รัดแน่นบริเวณขาหนีบหรือเอว และมีระดับการซึมซับเหมาะกับปริมาณปัสสาวะของผู้ใช้ หากไม่แน่ใจเรื่องขนาด ควรวัดรอบเอวหรือสะโพกแล้วเทียบกับ ขนาดแพมเพิสผู้ใหญ่ ก่อนซื้อ ไม่ควรเลือกไซซ์ใหญ่เผื่อไว้มากเกินไปจนเกิดการรั่วซึม
สำหรับผู้ที่ต้องใช้ผ้าอ้อมเป็นประจำ แพมเพิสผู้ใหญ่ AGEWell มีทั้งแบบกางเกงสำหรับผู้ที่ยังเดินและเปลี่ยนเองได้ และแบบเทปสำหรับผู้ป่วยที่ต้องมีผู้ดูแลช่วยเปลี่ยน สามารถเลือกรูปแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนไหวและความสะดวกในการดูแล พร้อมให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ ผ้าอ้อมที่ซึมซับดีหรือมีคุณสมบัติระบายอากาศไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เกิดผื่นเชื้อรา หากมีอาการแดง คัน หรือผื่นไม่หาย ควรตรวจหาสาเหตุและรักษาให้เหมาะสม ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนยี่ห้อเพียงอย่างเดียว
บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย)
AGEWELL LIVING (THAILAND)
AGEwell thailand (เอจเวลล์ ประเทศไทย)
ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ออกแบบเพื่อความสบายและการดูแลผู้สูงวัยอย่างมั่นใจ
98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
