สำหรับใครที่มีหน้าที่ในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง คงสงสัยว่า อาหารผู้ป่วยติดเตียงควรกินอะไร ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยทุกคนจะสามารถทานอาหารได้เหมือนกัน เพราะต้องดูทั้งโรคประจำตัว ความสามารถในการเคี้ยวและกลืน น้ำหนักตัว ความอยากอาหาร รวมถึงข้อจำกัดเรื่องน้ำ น้ำตาล โซเดียม หรือโปรตีน
สิ่งที่ผู้ดูแลควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่แค่ทำอาหารให้นิ่ม แต่ต้องดูด้วยว่าผู้ป่วยได้รับพลังงานและสารอาหารเพียงพอหรือไม่ กินแล้วมีอาการสำลักหรือไม่ และการขับถ่ายเปลี่ยนไปอย่างไร ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรังมีโอกาสกินอาหารและดื่มน้ำได้น้อยลง การจัดอาหารจึงควรปรับตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ไม่ควรใช้เมนูสำเร็จรูปแบบเดียวกันทั้งหมด
อาหารผู้ป่วยติดเตียงควรกินอะไร?
อาหารผู้ป่วยติดเตียงควรมีสารอาหารให้ครบ ไม่จำเป็นต้องกินแต่โจ๊กหรือข้าวต้มทุกมื้อ เพราะอาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่หลากหลายและเบื่ออาหารได้ง่าย
อาหารในแต่ละวันควรมีส่วนประกอบหลักดังนี้
โปรตีน
โปรตีน มีส่วนช่วยในการรักษากล้ามเนื้อและซ่อมแซมร่างกาย แหล่งโปรตีนที่กินได้ง่ายๆ ได้แก่ ไข่, ปลา, เนื้อไก่สับเต้า, หู้, นมหรือโยเกิร์ตตามความเหมาะสม หากผู้ป่วยมีโรคไตหรือโรคตับ ควรสอบถามแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณโปรตีน
ข้าวและแป้ง
เลือกชนิดที่นิ่มและเคี้ยวง่าย เช่น ข้าวสวยนิ่ม ข้าวต้ม โจ๊ก มันฝรั่ง หรือขนมปังนิ่มๆ โดยไม่จำเป็นต้องปั่นอาหารทุกอย่าง หากผู้ป่วยยังเคี้ยวและกลืนได้ตามปกติ
ผักและผลไม้
ควรเลือกผักที่ต้มจนสุกนิ่ม และผลไม้ที่มีเนื้อนุ่ม เช่น ฟักทอง แครอต ตำลึง มะละกอสุก หรือกล้วย แต่ผู้ป่วยที่ต้องควบคุมน้ำตาลหรือโพแทสเซียมควรเลือกชนิดและปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์
ตัวอย่างอาหารผู้ป่วยติดเตียงแบบง่าย ๆ ในหนึ่งวัน
- มื้อเช้า: โจ๊กใส่ไข่หรือข้าวต้มปลา
- มื้อกลางวัน: ข้าวนิ่มกับปลานึ่ง เต้าหู้ และผักต้ม
- มื้อว่าง: ผลไม้เนื้อนุ่มหรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ
- มื้อเย็น: ข้าวต้มไก่สับหรือซุปฟักทองใส่ไข่
หากผู้ป่วยกินได้น้อย ควรแบ่งเป็นมื้อเล็ก ๆ วันละหลายมื้อ แทนการบังคับให้กินครั้งละมาก เพราะอาจทำให้เหนื่อย คลื่นไส้ หรือสำลักได้
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง
แผ่นรองซับผู้ใหญ่
หากผู้ป่วยติดเตียงเกิดอาการท้องผูกควรกินอะไร?
ผู้ป่วยติดเตียงมีโอกาสเกิดอาการท้องผูกได้ง่าย เพราะร่างกายเกิดการเคลื่อนไหวน้อย ดื่มน้ำน้อยเกิน กินผักหรือผลไม้ที่มีกากใยอาหารไม่เพียงพอ หรือได้รับยาบางชนิด
อาหารที่ช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
- ผักต้มสุก
- ฟักทอง
- มะละกอสุก
- ข้าวโอ๊ต
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- ผลไม้เนื้อนุ่มที่ผู้ป่วยกินได้
ควรเพิ่มผักและกากใยอาหารเข้าไปทีละน้อย ไม่ควรเพิ่มปริมาณเยอะๆในทันที เพราะอาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง หรือปวดท้องได้ และน้ำก็มีส่วนช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น แต่ไม่ควรบังคับให้ผู้ป่วยทุกคนดื่มน้ำในปริมาณเท่ากัน ผู้ที่มีโรคไต โรคหัวใจ หรือได้รับคำสั่งจำกัดน้ำ ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มปริมาณน้ำ
ผู้ดูแลควรจดไว้ว่าผู้ป่วยขับถ่ายครั้งล่าสุดเมื่อไร อุจจาระแข็งหรือไม่ และต้องเบ่งมากแค่ไหน หากมีปัญหาถ่ายไม่ออกบ่อย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ผู้สูงอายุถ่ายไม่ออก เกิดจากอะไรและควรดูแลอย่างไร ไม่ควรซื้อยาระบายหรือสวนอุจจาระให้ผู้ป่วยใช้เองเป็นประจำ หากมีอาการปวดท้องมาก ท้องบวม อาเจียน หรือถ่ายไม่ออกหลายวัน ควรให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ
ผู้ป่วยติดเตียงท้องเสียควรกินอะไร และไม่ควรกินอะไร
อาหารผู้ป่วยติดเตียง เมื่อผู้ป่วยถ่ายเหลว หลายบ้านเลือกให้อดอาหารหรือกินเพียงน้ำข้าว แต่การอดอาหารไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกกรณี หากผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดี ไม่อาเจียน และกลืนได้ตามปกติ สามารถเริ่มจากอาหารมื้อเล็กที่ย่อยง่าย แล้วค่อยกลับไปกินอาหารตามปกติเมื่ออาการดีขึ้น แนวทางของ NIDDK ระบุว่า เมื่อเริ่มรู้สึกอยากอาหาร ผู้ป่วยท้องเสียเฉียบพลันส่วนใหญ่สามารถกลับมากินอาหารได้ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดอาหารมากเกินไป
ตัวเลือกที่กินง่ายในช่วงถ่ายเหลว ได้แก่ ข้าวต้ม ข้าวสวยนิ่ม ไข่ ปลา เต้าหู้ หรือซุปที่ไม่มัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารมันจัด เผ็ดจัด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และอาหารที่ผู้ป่วยกินแล้วมีอาการมากขึ้น
นมหรือผลิตภัณฑ์จากนมไม่จำเป็นต้องงดทุกคน แต่หากกินแล้วมีอาการ ท้องอืด ปวดท้อง หรือถ่ายมากขึ้น ควรหยุดชั่วคราวและสังเกตอาการ
สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตจากปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือซึมลง ผู้ที่มีโรคไตหรือโรคหัวใจไม่ควรเพิ่มน้ำหรือเกลือแร่เองในปริมาณมากโดยไม่ปรึกษาแพทย์
หากต้องการรายละเอียดเรื่องการดูแลเมื่อถ่ายเป็นน้ำ สามารถเชื่อมไปยังบทความ ผู้สูงอายุถ่ายเหลวเป็นน้ำ เกิดจากอะไร พร้อมวิธีรับมือ ได้โดยตรง
ควรติดต่อแพทย์เมื่อผู้ป่วยมีไข้สูง อาเจียนจนดื่มไม่ได้ ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรง ซึมลง หรือท้องเสียต่อเนื่องไม่ดีขึ้น เพราะอาการท้องเสียเฉียบพลันอาจเกิดจากการติดเชื้อ อาหารเป็นพิษ หรือผลข้างเคียงจากยา ไม่ใช่เพียงกินอาหารผิดชนิดเท่านั้น
ดูแลการขับถ่ายและความสะอาดอย่างไร?
นอกจากเรื่องอาหารแล้ว ผู้ดูแลควรจดบันทึกการขับถ่ายด้วย โดยดูทั้งจำนวนครั้ง ลักษณะอุจจาระ สี กลิ่น และมีเลือดหรือมูกปนหรือไม่ หลังผู้ป่วยขับถ่าย ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมและทำความสะอาดทันที ไม่ควรปล่อยให้อุจจาระสัมผัสผิวนาน เพราะอาจทำให้เกิดผื่น แสบแดง และแผลบริเวณก้นหรือขาหนีบ
วิธีดูแลเบื้องต้น
- สวมถุงมือก่อนทำความสะอาด
- เช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง
- ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสูตรอ่อนโยน
- หลีกเลี่ยงการถูผิวแรง
- ซับบริเวณก้นและขาหนีบให้แห้ง
- ตรวจดูว่ามีรอยแดง ผื่น หรือแผลหรือไม่
- เปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ให้กระชับพอดี
อ่านวิธีดูแลเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเปลี่ยนแพมเพิสผู้ป่วยติดเตียงอย่างถูกต้อง และ ผื่นผ้าอ้อมผู้ใหญ่เกิดจากอะไร
สำหรับผู้ป่วยที่ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ สามารถเลือกใช้ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ AGEWell ร่วมกับ แผ่นรองซับผู้ใหญ่ เพื่อช่วยป้องกันที่นอนเปื้อนและทำความสะอาดได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ผ้าอ้อมและแผ่นรองซับไม่ได้รักษาอาการท้องผูกหรือท้องเสีย ผู้ดูแลยังต้องหาสาเหตุของอาการและเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทันทีหลังขับถ่าย
สรุป
การเลือก อาหารผู้ป่วยติดเตียง ควรดูทั้งสารอาหาร โรคประจำตัว และความสามารถในการเคี้ยวกลืน ไม่จำเป็นต้องให้กินแต่อาหารปั่นหรือข้าวต้มทุกมื้อ แต่ควรจัดอาหารให้หลากหลายและกินได้จริง หากมีปัญหาท้องผูก ควรเพิ่มผัก ใยอาหาร และน้ำอย่างเหมาะสม ส่วนช่วงท้องเสียควรเลือกอาหารอ่อน แบ่งเป็นมื้อเล็ก และสังเกตอาการขาดน้ำ
หากผู้ป่วยกินได้น้อยลง น้ำหนักลด สำลักบ่อย ท้องผูกหลายวัน หรือท้องเสียต่อเนื่อง ควรพาไปพบแพทย์ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนอาหารหรือซื้อยามาใช้เองเพียงอย่างเดียว
*บทความนี้ให้ข้อมูลสำหรับการดูแลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์หรือนักกำหนดอาหารได้
บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย)
AGEWELL LIVING (THAILAND)
AGEwell thailand (เอจเวลล์ ประเทศไทย)
ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ออกแบบเพื่อความสบายและการดูแลผู้สูงวัยอย่างมั่นใจ
98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร
