อาการปวดปัสสาวะพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีจนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ หรือบางครั้งก็เล็ดราดออกมาจนกลั้นไม่อยู่ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นสัญญาณของภาวะ “กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว“ (Overactive Bladder: OAB) ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทำให้หลายคนสูญเสียความมั่นใจ ไม่กล้าเดินทางไปไหนไกล และตื่นมากลางดึกจนพักผ่อนไม่เพียงพอ
เพื่อให้เข้าใจและรับมือกับภาวะนี้ได้อย่างถูกต้อง AGEWell จะพาทุกคนไปเจาะลึกถึงสาเหตุ อาการ และวิธีดูแลตัวเองเพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระอีกครั้ง
กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว คืออะไร
ภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว คือ ความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ โดยปกติแล้ว กระเพาะปัสสาวะจะค่อยๆ ขยายตัวเพื่อกักเก็บปัสสาวะ และจะส่งสัญญาณเตือนไปยังสมองเมื่อมีปริมาณปัสสาวะมากพอ
แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้ กล้ามเนื้อผนังกระเพาะปัสสาวะ (Detrusor Muscle) จะเกิดการบีบตัวกะทันหัน ทั้งๆ ที่เพิ่งมีปริมาณปัสสาวะเพียงเล็กน้อย ทำให้ร่างกายรู้สึกปวดฉี่อย่างรุนแรงและเฉียบพลัน จนยากที่จะควบคุมหรือกลั้นเอาไว้ได้
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบเทป
ผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง
แผ่นรองซับผู้ใหญ่
ทำไมกระเพาะปัสสาวะถึงบีบตัวเร็วกว่าปกติ
สาเหตุหลักที่ทำให้กระเพาะปัสสาวะบีบตัวเร็วกว่าปกติ เกิดจากความล้มเหลวในการประสานงานระหว่างสัญญาณประสาทและกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีปัจจัยกระตุ้นได้หลายประการ ดังนี้
- ความเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น กล้ามเนื้อและระบบประสาทที่ควบคุมการขับถ่ายจะเริ่มเสื่อมประสิทธิภาพลง
- พฤติกรรมการดื่มน้ำและอาหาร การดื่มน้ำน้อยเกินไปจนปัสสาวะเข้มข้น (ทำให้ระคายเคืองกระเพาะปัสสาวะ) หรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม ซึ่งมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและกระตุ้นประสาท
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวาน (ทำให้ผลิตปัสสาวะมากขึ้น), โรคทางระบบประสาท (พาร์กินสัน, อัมพฤกษ์, อัมพาต) ซึ่งส่งผลต่อการส่งสัญญาณของสมอง
- การติดเชื้อหรือการอักเสบ เช่น ทางเดินปัสสาวะอักเสบ (UTI) หรือมีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
อาการแบบไหนที่อาจเกี่ยวกับภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว
หากคุณมีอาการเหล่านี้ตั้งแต่ 1 อาการขึ้นไป อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว
- ปวดปัสสาวะรุนแรงกะทันหัน (Urgency) รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาทันทีทันใดแบบตั้งตัวไม่ติด และต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที
- ปัสสาวะเล็ดราด (Urge Incontinence) มีอาการปัสสาวะเล็ดออกมาในขณะที่กำลังรีบเดินไปห้องน้ำเพราะกลั้นไม่อยู่ อ่านเพิ่มเติ่ม ปัสสาวะเล็ดในผู้ชาย และ ปัสสาวะเล็ดในผู้หญิง
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางวัน (Frequency) ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยกว่า 8 ครั้งต่อวัน ทั้งที่ดื่มน้ำในปริมาณปกติ
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (Nocturia) ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกมากกว่า 1-2 ครั้งขึ้นไป จนรบกวนการนอนหลับ
กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว ต่างจากปัสสาวะบ่อยทั่วไปอย่างไร
หลายคนมักสับสนระหว่างสองอาการนี้ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนที่ “ความรู้สึกปวด” และ “ปริมาณปัสสาวะ”
- ปัสสาวะบ่อย โดยทั่วไปมักเกิดจากการดื่มน้ำมาก, อากาศเย็น หรือกินยาบางชนิด คุณอาจจะเดินเข้าห้องน้ำบ่อย แต่สามารถกลั้นได้ตามปกติ และปัสสาวะที่ออกมาจะมีปริมาณมากในแต่ละครั้ง
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว จุดเด่นคือ “ความปวดที่จู่โจมกะทันหันจนกลั้นไม่อยู่” เมื่อไปถึงห้องน้ำแล้ว ปัสสาวะมักจะออกมาเพียงนิดเดียว (กะปริดกะปรอย) เพราะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวขับออกมาทั้งที่ยังไม่เต็ม
ใครบ้างที่เสี่ยงมีภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว
แม้ภาวะนี้จะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ใหญ่ วัยทำงาน หรือแม้แต่วัยรุ่น ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยกลุ่มเสี่ยงสูง ได้แก่:
- ผู้สูงอายุ เนื่องจากความยืดหยุ่นของกระเพาะปัสสาวะลดลง อ่านเพิ่มเติม – โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
- ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินปัสสาวะฝ่อและอ่อนแอลง
- ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (โรคอ้วน) ไขมันส่วนเกินจะเพิ่มแรงดันภายในช่องท้องและกดทับกระเพาะปัสสาวะ
- ผู้ที่เคยผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกราน หรือผู้หญิงที่ผ่านการคลอดบุตรหลายครั้ง ทำให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานหย่อนคล้อย
- วัยทำงานที่มีความเครียดสูง ความเครียดสะสมและการดื่มกาแฟ/ชา ตลอดทั้งวันเพื่อกระตุ้นการทำงาน เป็นตัวเร่งให้กระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกินไป
เมื่อมีอาการปวดฉี่กะทันหันหรือกลั้นไม่ทัน ควรดูแลตัวเองอย่างไร
ภาวะนี้สามารถบรรเทาและควบคุมได้ โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน:
- ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (Kegel Exercise) ขมิบช่องคลอดหรือหูรูดค้างไว้ 3-5 วินาทีแล้วปล่อย ทำบ่อยๆ วันละ 30-50 ครั้ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ช่วยกั้นปัสสาวะ
- ฝึกหน่วงเวลาการปัสสาวะ (Bladder Training) เมื่อเริ่มปวดฉี่ ให้พยายามอั้นไว้สัก 5-10 นาที เพื่อฝึกให้กระเพาะปัสสาวะขยายตัวได้มากขึ้น (ไม่ควรทำหากมีอาการติดเชื้อ)
- ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำ ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้วตามปกติ แต่ให้ใช้วิธีจิบเรื่อยๆ แทนการดื่มครั้งละมากๆ และงดดื่มน้ำ 2 ชั่วโมงก่อนนอน
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ ชา น้ำอัดลม และอาหารที่มีรสจัด เผ็ด หรือเปรี้ยวจัด
ตัวช่วยซึมซับสำหรับวันที่ควบคุมการปัสสาวะได้ยาก
ในระหว่างที่กำลังปรับพฤติกรรมหรือรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไว การมีตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมจะช่วยคืนความมั่นใจให้คุณสามารถออกไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือเดินทางได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องคอยกังวลและมองหาห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา
AGEWell เข้าใจถึงปัญหานี้ จึงขอแนะนำการเลือกใช้ “กางเกงผ้าอ้อมผู้ใหญ่หรือแผ่นซึมซับปัสสาวะ” ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับทุกวัย
- เน้นความบางเบา สบายตัว เลือกแบบที่สวมใส่ง่าย คล้ายกางเกงในปกติ เนื้อผ้ากระชับ ไม่หนาเทอะทะ เพื่อให้คุณสวมใส่เสื้อผ้าชุดโปรดได้อย่างมั่นใจ
- ซึมซับรวดเร็วและแห้งไว มองหาเทคโนโลยีเจลซึมซับที่กักเก็บของเหลวได้ทันทีเมื่อมีอาการเล็ดราดกะทันหัน เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับและลดความอับชื้น
- ควบคุมกลิ่นไม่พึงประสงค์ เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารแอนตี้แบคทีเรียและช่วยลดกลิ่น เพื่อความมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหวตลอดวัน
AGEWell เคียงข้างทุกจังหวะชีวิต เพราะอาการปวดฉี่กะทันหันไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ควรเป็นอุปสรรคในการออกไปใช้ชีวิต ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยทำงานที่ต้องเดินทาง หรือผู้สูงอายุที่อยากทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว การเลือกใช้ตัวช่วยซึมซับที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณพร้อมลุยในทุกๆ วันด้วยความมั่นใจและมีความสุขในแบบที่เป็นคุณ
บริษัท เอจเวลล์ ลิฟวิ่ง จำกัด (ประเทศไทย)
AGEWELL LIVING (THAILAND)
AGEwell thailand (เอจเวลล์ ประเทศไทย)
ผู้เชี่ยวชาญด้าน ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ที่ออกแบบเพื่อความสบายและการดูแลผู้สูงวัยอย่างมั่นใจ
98/31 ซอย 01 กาญจนาภิเษก 11/5 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร